3/9 โรงเรียนเมืองพลพิทยาคมปีการศึกษา 2552
 
บ้านCalendarGalleryช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
"TuLI_:p"
Admin
Admin
avatar


ตั้งหัวข้อเรื่อง: วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น   Fri Nov 13, 2009 6:50 pm

วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น
การสะกดจิตเป็นศาสตร์อย่างหนึ่ง แต่การสะกดจิตให้ได้ดีจะต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ ผู้ที่มีความรู้ต้องหมั่นฝึกฝนและเปลี่ยนตัวอย่างอยู่เสมอ เพื่อให้มีประสบการณ์กับผู้ถูกสะกด และวิธีการสะกดให้มาก เพราะการสะกดจิตแต่ละวิธีจะแตกต่างกันทั้งวิธีการและผลที่จะเกิด และแม้แต่ผลที่จะเกิดแก่ผู้ถูกสะกดก็จะแตกต่างกันด้วย ไม่มีผลที่ตายตัวกับวิธีใดวิธีหนึ่งหรือกับทุก ๆ คน คนปกติทุกคน สามารถถูกสะกดจิตได้ (Every normal person is Hypnotizable) ยกเว้นคนเหล่านี้คือ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี เพราะขาดความสามารถในการกำหนดจิต (เว้นแต่การสะกดจิตด้วยวิธีพิเศษ) ผู้มีอาการทางจิตประสาท เพราะมีจิตใจวอกแวก ขาดความอดทนในการสงบจิตได้นาน คนปัญญาอ่อน ที่มีไอคิวต่ำกว่า 70 และผู้มีอาการหวาดระแวง เพราะความไม่ไว้วางใจทำให้เกิดอาการผวา ตื่นกลัว

กลุ่มอาชีพและลักษณะงานที่ถูกเชื่อวาจะถูกสะกดจิตได้ง่าย คือ
1. กลุ่มคนที่ทำงานหรือได้รับคำสั่งอย่างเดียวกันประจำซ้ำซาก
2. ทหาร
3. ผู้ได้รับคำสอนทางศาสนาประเภทท่องบ่น จดจำ
4. ผู้ที่ถูกดึงออกจากสภาพแวดล้อมหรือสภาวะคับขัน จะมีความหลงใหลศรัทธาต่อบุคคล
ผู้ช่วยทำให้หลุดพ้นจากสภาพแวดล้อม มีทั้งแพทย์ นักการเมือง นักโฆษณา นักพูด ฯลฯ
5. นักคิด นักคำนวณ นักวิเคราะห์ (เช่น นักคณิตศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ นักบัญชี ฯลฯ)
ในกลุ่มนี้ต้องการการสะกดจิตแบบเฉพาะ เช่น เพื่อเพิ่มพูนจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ สมาธิ ความอดทน ความจำ ฯลฯ

กลุ่มอายุที่ถูกสะกดจิตได้
อายุ 7 ? 8 ปี สะกดง่ายที่สุด เพียงใช้วิธีง่าย ๆ ก็จะได้ผล
อายุ 8 ? 15 ปี สะกดได้ยาก เนื่องจากในวัยนี้จะมีจุดความสนใจในเรื่องต่าง ๆ มาก ขาดสมาธิในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง
อายุ 15 ? 21 ปี สะกดง่ายที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะเป็นวัยที่มีสมาธิและยินดีรับคำสั่งได้ง่าย

เมื่อได้รับความรู้ถึงจุดนี้แล้ว ท่านลองตอบคำถามง่าย ๆ สักข้อ กลุ่มอารมณ์ประเภทใดที่รับการสะกดจิตได้ง่ายกว่า
ก. อารมณ์อ่อนไหว ประหม่า ไม่มีสมาธิ นอนหลับยาก เรียนรู้ยาก ช่างจินตนาการ เครียดเสมอ ฯลฯ
ข. จิตใจสงบ เยือกเย็น ควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่มีปัญหาในการนอนหลับ ปกติ ฯลฯ
คำตอบคือข้อ ข. เพราะคนกลุ่มนี้จะมีสมาธิดี ไม่หวาดระแวง ในขณะที่กลุ่ม ก. จะเป็นกลุ่มที่รับการสะกดจิตยาก แต่ก็เป็นกลุ่มที่ต้องการ การสะกดจิตเพื่อการบำบัดมากกว่า ผู้ทำการบำบัดหรือนักสะกดจิตบำบัดจะต้องเตรียมการก่อนการสะกดจิตคนกลุ่มนี้ เช่นทำให้จิตใจสงบลงก่อน ทำให้เขาไว้เนื้อเชื่อใจ หรือไม่ก็ใช้วิธีพิเศษ ซึ่งอาจเสี่ยงและเป็นอันตราย เช่น ทำให้เกิดภาวะบีบคั้น หรือการกำหนดให้ทำ หรือสัมผัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง หรือซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่เป็นการเสี่ยงและอันตรายเนื่องจากผู้ทำการสะกดอาจควบคุมจิตใจและอารมณ์อันพลุ่งพล่านของผู้ถูกสะกดไม่ได้ และพฤติกรรมของผู้ถูกสะกดในกลุ่มนี้อาจจะส่อไปในทางรุนแรง ฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้เริ่มต้นสะกดจิตใหม่ ๆ คือ ควรทดสอบวิธีสะกดจิตที่เหมาะกับผู้ที่จะถูกสะกด มิฉะนั้นอัตราความเสี่ยงต่อความล้มเหลวจะสูงมาก และทำลายความเชื่อมั่นในตัวเองและความเชื่อมั่นของผู้ถูกสะกดต่อตัวเราด้วย ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองสร้างสถานการณ์และสภาวะแวดล้อมที่เป็นบวก ที่เป็นมิตร อย่าเร่ง อย่ารีบ อย่าตัดตอน ใช้จังหวะที่ดีและกลวิธีที่เหมาะสม นอกจากนี้สถานที่ที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ และเป็นปัจจัยทำให้การสะกดจิตประสบผลสำเร็จง่ายขึ้น คือ เป็นสถานที่ที่มีแสงสว่างพอเหมาะ แสงอาทิตย์ หรือแสงที่จ้ามาก ๆ ไม่เหมาะ

โทนสีในห้องควรเป็นโทนสีอ่อน - เช่น สีเขียวอ่อน ฟ้า ฯลฯ (สีแดงไม่เหมาะอย่างยิ่ง)
อุณหภูมิ 23 ? 26 องศากำลังเหมาะ - หลีกเลี่ยงอากาศร้อนหรือเย็นเกินไปหรือลมเป่าแรง
การปรากฏกายส่วนบุคคล - ต้องดูเป็นมืออาชีพ อย่ามีกลิ่นอาหารหรือลมหายใจ
ที่มีกลิ่น
เสียงเพลง - แล้วแต่ความชอบของผู้ถูกสะกดบางทีอาจไม่มี

ท่าที่สบายของผู้ถูกสะกด - นั่งหรือนอนในท่าที่ถูกต้อง ควรหลีก

เลี่ยงการนอน ไม่ควรทำให้ผู้ถูกสะกดหลับโดยไม่จำเป็น เรื่องของสภาวะทางอารมณ์ที่เหมาะสมของผู้ที่จะรับการสะกดจิตก็มีส่วนด้วยเช่นกัน การปรากฏกายของผู้สะกดจิตมีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้ผู้ถูกสะกดจิตกลัวหรือระแวง ผู้ถูกสะกดเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นได้จากการดูคนอื่นถูกสะกด

ความรักความเคารพนับถือที่มีต่อผู้สะกด ช่วยทำให้สะกดได้ง่ายขึ้น ความกลัว ประหม่า หวาดระแวง ทำให้บรรยากาศไม่เหมาะสม เหล่านี้มีผลเป็นอย่างยิ่งที่จะทำการสะกดจิตให้ประสบผลสำเร็จหรือไม่

นอกจากนี้อาจเป็นไปได้ที่ผู้ทำการสะกดจิต อาจรู้สึกเหนื่อยอ่อนมึนงง หรือมีอาการทางจิต ประสาท หรืออาจมีอาการทางหัวใจทันทีทันใด (ในรายที่มีอาการดังกล่าวอยู่ก่อนหน้าแล้ว) ผู้ถูกสะกดอาจจะตื่นหลังจากนั้น หรือหลับไป แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะหลับไปแล้วไม่ฟื้นเลย ข้อที่ควรระลึกเสมอก็คือ หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้ผู้ถูกสะกดจิตได้รับบาดเจ็บ หรือตื่นตกใจ เช่น

- การทำให้ผู้ถูกสะกดอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น ถือว่าเพียงพออย่าทำให้หลับไป เพราะอาจเกิดผลเสียต่อผู้สะกดเองตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และหากผู้ถูกสะกดอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสม การนั่งหลับแล้วก้มลงมากับพื้นก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้

- หากมีการทดสอบและศึกษาผู้ถูกสะกดจิตอย่างเพียงพอและถูกต้องแล้ว ผู้ทำการสะกดจะสามารถหลีกเลี่ยงคำสะกดที่อาจทำให้ผู้ถูกสะกดไม่พอใจ ต่อต้านหรือตกใจทันทีทันใดได้ เช่น กล่าวถึงความตาย สิ่งที่เกลียดกลัว ฯลฯ

- อย่าเปลี่ยนจินตนาการ หรือพาจิตของผู้ถูกสะกดให้โลดแล่นอย่างฉับพลัน เพราะผู้ถูกสะกดอาจจะยังไม่พร้อม

- ในกรณีที่ผู้ถูกสะกดจิตเป็นผู้ป่วยทางระบบหายใจ หรือมีโรคทางหัวใจ หรือเคยได้รับการผ่าตัดหัวใจให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

นักสะกดจิตส่วนใหญ่มักจะทำผิดพลาดโดยการไม่ทดสอบก่อนเข้าสู่การสั่งจิตใต้สำนึก เขาเชื่อว่าจะสามารถใช้การสั่งจิตใต้สำนึกกับทุก ๆ คนด้วยวิธีเดียวกัน (INDUCTION) การจะทำได้ดีนั้นต้องศึกษาผู้ที่จะถูกสะกดก่อน และต้องทำการทดสอบว่าบุคคลนั้นเหมาะกับการสั่งจิตใต้สำนึกวิธีไหน และเพื่อได้ข้อมูลที่จะใช้หรือหลีกเลี่ยงต่อสิ่งที่ผู้ถูกสะกดจะชอบ ไม่ชอบ หรือเกรงกลัวอะไร เงื่อนไขสำคัญที่จะเป็นอุปสรรคที่จะสะกดไม่ได้คือ ผู้ถูกสะกดไม่ได้ปล่อยจิตตามการสะกด และผู้ถูกสะกดระแวงว่าจะถูกล้วงความลับ ฉะนั้นเราจึงจำเป็นที่จะต้องทดสอบการสะกดจิตก่อน

วัตถุประสงค์ในการทดสอบการสะกดจิต
เพื่อแยกแยะผู้ถูกสะกดว่า จะสามารถูกสะกดได้ยากง่ายเพียงใด เพื่อเป็นการอุ่นเครื่องก่อนการสั่งจิตใต้สำนึกจริง โดยการลดความกลัวและอาการหวาดระแวง และเพื่อทำให้ผู้ถูกสะกดให้ความร่วมมือมากขึ้น
วิธีการทดสอบก่อนเข้าสู่การสั่งจิตใต้สำนึก มี 2 วิธี ดังนี้

ใช้พลังครอบงำจิตใจ สั่งจิตโดยทางตรง ออกคำสั่ง ฯลฯ
ใช้วิธีการแนะนำ สั่งจิตโดยทางอ้อม ใช้คำพูดแผ่วเบา ทำให้งง ทำให้ใจลอย ทำให้อยู่ในภวังค์
ให้ทดสอบผู้ถูกสะกดด้วยวิธีทั้งสอง หากผู้รับการสะกดจิตตอบสนองได้ดีด้วยวิธีไหน ให้ใช้การสั่งจิตใต้สำนึกจริงด้วยวิธีนั้น
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
city_ging
New Member
New  Member
avatar


ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น   Fri Nov 13, 2009 7:53 pm

อ่านมาแล้วคร้าบบบบ เหอๆ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
"Bai-Mon;']
Admin
Admin
avatar


ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น   Fri Nov 13, 2009 8:16 pm

คุ้นๆ

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
"TuLI_:p"
Admin
Admin
avatar


ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น   Fri Nov 20, 2009 6:01 pm

เหอๆๆ

เซง เลย เคย อ่าน หรา ครับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
I'mfern
Expert
Expert
avatar


ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น   Sun Dec 06, 2009 1:02 pm

อันนี้ยุ้งไปนิสครับ
เอาแบบโยคีดีเปล่าคราฟ
ถามเอี่ยวน่อ

_________________
http://bigbang.bloggoo.com/songs/28860

words of a song has can to love begin already
and it will play through forever
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
"TuLI_:p"
Admin
Admin
avatar


ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น   Tue Dec 08, 2009 9:09 am

เออ น่อ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
๏~THUN~D€r~๏
New Member
New  Member
avatar


ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น   Mon Dec 14, 2009 8:43 pm

ไอเต่า

แมร่งไปหาก็อปของคนอื่นแล้ว

ยังเอาเรื่องที่กรุไม่เคยเจอมาก่อง

มานเชื่อยาก
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
I'mfern
Expert
Expert
avatar


ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น   Sun Feb 21, 2010 2:18 pm

มารก็มีหลายอย่างใช้ตาที่สามสะกดก็ได้
ใช้จิตใต้สำนึกที่ลึกมากๆก็ได้

_________________
http://bigbang.bloggoo.com/songs/28860

words of a song has can to love begin already
and it will play through forever
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
วิธีสะกดจิตบุคคลอื่น
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
3/9\'\'MuAng PhOn PiTtAYaKoM\'\' :: DETECTIVE :: ไร้สาระ-
ไปที่: